วิธีบอกรัก ฉบับสาวขี้อาย – วิธีบอกรัก แบบไม่ต้องพูด

ใกล้จะถึงช่วงเทศกาลในวันแห่งความรักหรือวันวาเลนไทน์อีกแล้ว สำหรับคนมีคู่ก็ดีอยู่หรอก แต่สำหรับสาวโสดอย่างเราเนี่ยนะสิ อะไรมันช่างจะเหงา เศร้าสร้อยขนาดนี้ ใกล้ถึงช่วงนี้ทีไรเป็นต้องอิจฉาตาร้อนเป็นทุกทีไป เห็นเขาเดินกันเป็นคู่ เอาของขวัญให้กัน กินข้าวด้วยกัน เห็นแล้วอยากมีกับเขาบ้างจัง

แต่เราจะทำยังไงดีล่ะ เราก็มีคนที่แอบชอบอยู่นะ แต่ไม่กล้าบอกเขาตรงๆ อ่ะ มันอาย เขิน อีกอย่างเราเป็นผู้หญิงนะ จะให้ไปบอกชอบผู้ชายก่อนได้ยังไงล่ะ ดูไม่ค่อยดีเลย เดี่ยวคนอื่นเขาจับมองว่าเราไม่ดีเอานะ (แต่ก็อยากมีแฟนกับเขามั้งจัง) จะทำยังไงดี? กลัวบอกไปแล้วจะโดนปฎิเสธ หรือเสียเพื่อนไป ทางที่ดีนะจ้าสาวๆ เราต้องลองหาวิธีการสารพาพรักแบบอ้อมๆ มาบอกเขา จะมีวิธีอะไรมั้งลองตามมาดูกันเลยจ้า

วิธีบอกรัก ฉบับสาวขี้อาย – วิธีบอกรัก แบบไม่ต้องพูด

ขั้นที่ 1 เลยเราต้อง “มีเวลาให้เขาเสมอ”

ไม่จำเป็นว่าจะต้องมาเจอกันตลอด แต่เมื่อไหร่ที่มีเรื่อง ถึงแม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ก็ไม่ลืมที่จะส่งข้อความไปหา โทรไปหา ที่จริงแล้วเรื่องแบบนี้จะเป็นไปโดยธรรมชาติ ถ้าเรารักใครจริง ความห่วงใยพวกนี้จะเกิดขึ้นมาเอง โดยไม่ต้องใช้ความพยายามเลยจ้า

ขั้นที่ 2 “ทำอาหารให้ทาน”

การซื้อขนม หรือทำอาหารให้ทานก็เป็นการบอกอ้อมๆ ได้ดีทีเดียว ว่าคุณใส่ใจ เป็นห่วง และอยากดูแลเขาขนาดไหน โดยเฉพาะสาวๆ เพราะหน้าที่การทำอาหารนั้นเป็นของแม่บ้าน การทำอาหารให้เขาทาน ก็เหมือนต้องการจะบอกอ้อมๆ ว่าฉันอยากจะะดูแลคุณเหมือนแม่บ้านดูแลสามีนั้นล่ะ อิอิ

ขั้นที่ 3 “คอยช่วยเหลืออยู่ตลอด”

อาจเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่นการเตรียมของไว้ให้ เวลาเขาขาดเรียน หรือขาดงาน ก็จะคอยช่วยในสิ่งที่เขาตามไม่ทัน เวลาโดนเจ้านาย หรืออาจารย์ต่อว่า ก็คอยช่วยอย่างเต็มความสามารถ ความหวังดีที่จริงใจแบบนี้จะสามารถส่งถึงอีกฝ่ายได้แน่นอนนะจ้า

ขั้นที่ 4 “คอยรับฟังปัญหาของเขา”

คนที่คอยอยู่เคียงข้าง คอยรับฟังปัญหา เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายรู้สึกเซ็ง ท้อแท้ และเหนื่อยล้ากับปัญหาที่เข้ามาในชีวิต คุณจะเป็นผู้ฟังที่ดี ให้เขาได้ระบายสิ่งที่เก็บอยู่ในใจ และตอนนั้นเมื่อไหร่ที่เขามีปัญหา เขาจะมาหาคุณ ตัวคุณเองก็จะรู้จักนิสัยใจคอ และความคิดของเขาได้มากขึ้นจากการรับฟังสิ่งที่เขาพูดออกมาด้วย

ขั้นที่ 5 “คอยปลอบใจ และให้คำแนะนำ”

หลังจากที่เป็นผู้ฟังที่ดีแล้ว ต่อไปก็คือการให้คำแนะนำ ช่วยแก้ปัญหา แต่ก็ต้องดูด้วยว่ามันเป็นสิ่งที่เราควรเข้าไปยุ่งมากน้อยแค่ไหน การปลอบใจเล็กๆ น้อยๆ เช่นการทำให้เขายิ้มมีความสุข การอยู่ข้างๆ ไม่ทิ้งไปไหน หรือมาหาทุกเมื่อที่มีปัญหา แบบนี้ก็ทำให้เขารับรู้ได้แล้ว ว่าเขามีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหน

ขั้นที่ 6 “คอยสนับสนุนในสิ่งที่เขาทำ”

คนที่รู้สึกรัก หรือชอบใครซักคน ก็มักจะคอยให้กำลังใจ และสนับสนุนอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ด้วยความจริงใจ ไม่ว่าเขาจะทำอะไร มีกิจกรรม หรือเป้าหมายอะไรอยู่ คุณก็ควรจะใส่ใจ และคอยเชียร์เขาอยู่ เขาจะได้คิดว่าคุณสนใจ เป็นห่วง และแคร์เขามาก ถึงแม้ว่ายังไม่ได้เป็นอะไรกัน และนี่ก็เป็นการบอกอ้อมๆ ได้เลย ว่าฉันรักคุณนะ

ขั้นที่ 7 “มีสกินชิพกันบ้าง”

คำพูดนี้บางคนอาจจะงงๆ ว่ามันคืออะไร แต่สกินชิพมันคือการแตะเนื้อต้องตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ไปถือโอกาสลวนลามเขาหรอกนะ คือประมาณว่า จับมือให้กำลังใจ โอบไหล่ แตะหัวเบาๆ หรือการสกิด ทำยังไงก็ได้ให้รู้สึกใกล้ชิดกันมากขึ้น แต่ก็ต้องดูถึงความเหมาะสม และโอกาสด้วยนะจ้า อย่าทำเยอะจนเกินไปนะ เดี่ยวเขาจะกลัวเราเข้าให้ (อาจมองว่าเราโรคจิตนะ) ^_^

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง