ผิดไหม? ถ้าแอบปิ๊งคนอื่น นอกจากแฟนของเรา

Home / ความรัก ความสัมพันธ์ / ผิดไหม? ถ้าแอบปิ๊งคนอื่น นอกจากแฟนของเรา

เรารักเขา เขาเองก็รักเรา แต่มันช่วยไม่ได้นี่นาที่เวลาบังเอิญเจอหนุ่มถูกใจ มันก็อดปิ๊งไม่ได้ เขาเองก็เหมือนกัน เจอสาวสวยเป็นต้องเหล่จนตาแทบหลุด ทำอย่างไรจึงจะพลิกปฏิกิริยา “แอบปิ๊ง” แบบนี้ให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาได้

ผิดไหม? ถ้าแอบปิ๊งคนอื่น นอกจากแฟนของเรา

นักวิชาการเขาว่า … การที่เราบังเอิญเผลอไผลหมดความสนใจคู่ของตัวเอง แล้วหันไปให้ความสนใจคนอื่นชั่วขณะนั้น เป็นเรื่องธรรมชาติมากๆ การที่เรามีแฟนมีคนรักไม่ได้หมายความว่า เราจะกลายเป็นพระอิฐพระปูน ไม่รู้สึกรู้สากับผู้ชายอื่นอีกต่อไป แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น การเหล่หรือแอบปิ๊งหนุ่มอื่น เป็นคนละเรื่องกับการปิ๊งแล้วกระโดดขึ้นเตียงด้วยเลย แบบนั้นเขาเรียกว่า นอกใจหรือเล่นไม่ซื่อกับคู่ของตัวเองมากกว่านะ

ความเชื่อ

ยังมีคนมากมายเชื่อว่า ถ้าความรักแข็งแรงมั่นคงพอ ย่อมไม่มีอาการ “ปิ๊ง” คนอื่นเกิดขึ้นแน่นอน ถ้ามี..แสดงว่าความรักชักระหองระแหงเสียแล้ว ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดอย่างมาก ความรักที่ล่มสลายเกิดจากการที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหันเหจิตใจไปทุ่มเทกับบุคคลที่สาม และรู้สึกว่าตัวเองไม่รักบุคคลที่อยู่ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว คนพวกนี้จะสารภาพออกมาตรงๆ ฝ่ายที่ถูกทรยศก็จะรู้สึกผิดหวังเสียใจเหมือนโลกถล่มลงตรงหน้า ตามมาด้วยความรู้สึกไม่มั่นคงในความรักอีกต่อไป ท้ายที่สุดก็ต้องขอถอนสมอเซย์กู๊ดบาย ไม่อาจครองคู่กันต่อไปอีกได้

ของเก่า ของใหม่ๆ

เมื่อเลิกลาน้ำพริกถ้วยเก่า โผไปหาน้ำพริกถ้วยใหม่ การณ์กลับกลายไปว่าไม่เวิร์ค แท้จริงแล้วนั่นคืออาการปิ๊งชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น อาการแบบนี้คนจำนวนมากมักหลงผิดคิดว่าคือรักแท้แน่นอน เมื่อไปไม่รอดคิดกลับลำก็สายเสียแล้ว เพราะตัวจริงเสียงจริงถูกทำร้ายจนยับเยิน จึงยากที่จะประสานรอยร้าวให้คืนเหมือนเดิม นิทานเรื่องนี้จึงจบลงแบบแซดๆ ไม่มีใครสุขเลยสักคน

มาดูวิธีแปลงวิกฤตให้เป็นโอกาส รับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร เพื่อความสุขของเขาและเราค่ะ

ถ้าเขาเป็นฝ่ายแอบปิ๊ง

1.จดจำไว้แล้วนำมาปรับปรุงใช้

กรณีแบบนี้เหมาะสำหรับคู่ที่ไม่ขี้หึงจริงๆ ใครขี้หึงขี้หวงคงใช้ไม่ได้ผล เพราะมีแต่ทำให้บ้านแตกสถานเดียวเนื่องจากทำใจไม่ได้ ฝรั่งใจกว้างเขามีเทคนิคว่า ให้สังเกตและจดจำเอาไว้ว่า สาวแบบไหนหรือหนุ่มแบบไหนที่เตะตาตรึงใจทั้งเราและเขา แล้วให้นำมาประยุกต์ใช้กันเองที่บ้าน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราควงหนุ่มคู่ใจไปงานปาร์ตี้ ทั้งเราและเขาควรสังเกตว่า ต่างฝ่ายต่างเหล่เพศตรงข้ามแบบไหน รูปร่างหน้าตาอย่างไร พอกลับถึงบ้านก็จัดการสวมบทบาทเป็นหนุ่มและสาวที่แอบหมายตาเอาไว้ เทคนิคนี้สามารถสร้างบรรยากาศแปลกใหม่ตื่นเต้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ แทนที่จะแสดงอาการหึงหวงชวนทะเลาะ ลองพลิกสถานการณ์แบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะ

2.ให้อิสระมากขึ้น เขาจะได้ไม่ต้องมาเลือกระหว่างเรากับเรื่องกุ๊กกิ๊กไร้สาระ

ปล่อยให้เฟลิร์ทไปเลย อย่าทะเลาะกันดีกว่า นี่ถือว่าเป็นการให้อิสระทางอารมณ์ในที่สาธารณะ ทำข้อตกลงต่อกันเอาไว้เลยว่า ให้อิสระในการเฟลิร์ทได้มากน้อยแค่ไหน และทุกสิ่งทุกอย่างต้องจบแค่นั้น ไม่มีการสานต่อ รับรองว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด การที่เราแสดงออกว่าเข้าอกเข้าใจดีกับสันดานของผู้ชาย และยอมมอบอิสระให้ ทำให้เราดูเป็นผู้หญิงที่พิเศษและมีจิตใจมั่นคง

3.ลองย้อนเขาบ้างก็ดี

เปิดใจบอกเขาว่า เรามีเขาเป็นตัวเป็นตนแล้วก็ไม่ต้องการใครอื่นอีก เราและเขาต่างเป็นสัตว์โลกที่สุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง รูปร่างหน้าดี และดูมีชีวิตชีวาทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างเชื่อใจกัน และมีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งเกินคำบรรยาย จึงช่วยไม่ได้ที่อาจมีหนุ่มอื่นมาหลงเสน่ห์เรา หรือเราอาจแอบเหล่หนุ่มหล่อล่ำที่ไหนก็ได้ อย่าลืมบอกสำทับย้ำให้เขาฟังด้วยว่า ความรักที่มีต่อเขานั้นเป็นรักแท้แน่เสียยิ่งกว่าแน่ จึงสมควรที่เขาจะต้องดูแลรักษาราวกับสิ่งสูงค่าหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ดังนั้นหากความรู้สึกของเราถูกทำให้สั่นคลอนบ่อยครั้งเข้า จิตใจเราอาจหันเหไปทางอื่นก็ได้ใครจะไปรู้ เขาจะได้สำนึกว่า เรามีค่ามากกว่ามานั่งเป็นหมาเฝ้าบ้านให้นะยะ

ถ้าเราเป็นฝ่ายแอบปิ๊ง

1.ปิ๊งแล้วก็แค่นั้น อย่าไปสานต่อดีกว่า

เอาเป็นว่าแอบปิ๊งได้ แต่ไม่ควรคิดอะไรเกินเลย หรือคิดมากมายนักหนา มันก็เหมือนบังเอิญเจอคู่เต้นรำที่เข้าขากันได้ดี จึงไม่ควรหลงเคลิบเคลิ้มไปกับการสัมผัสทางกายในระหว่างเต้นรำ สถานการณ์ ”ปิ๊ง” เป็นเรื่องของความบังเอิญมากกว่าความรัก ควรพออกพอใจไปกับช่วงเวลาแสนสั้นแค่นั้นพอแล้ว มันก็แค่หาความสุขทางใจเป็นครั้งเป็นคราว เป็นแค่ปฏิกิริยาเมื่อถูกกระตุ้นด้วยหนุ่มหล่อเร้าใจก็แค่นั้นเอง…เนอะ

2.หรือนี่คือสัญญาณไม่ดีบ่งชี้ความสัมพันธ์

เรากำลังรู้สึกไม่พึงพอใจในความสัมพันธ์หรือเปล่า หรือเครียดกับการผูกมัดที่กำลังจะมาถึง แทนที่จะไปปิ๊งคนนั้นคนนี้ ลองหันมาซ่อมแซมแก้ไขความสัมพันธ์ในปัจจุบันที่กำลังย่ำแย่ดีกว่าไหม ก่อนที่อะไรๆจะสายเกินไป การที่เรามัวไปให้ความสนใจแอบปิ๊งแอบปลื้มกับหนุ่มอื่น อาจเป็นเพราะเราไม่ค่อยกุ๊กกิ๊กกับหนุ่มตัวจริงเท่าไร ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้หมายความว่าเรากำลังทำผิด แต่นี่อาจเป็นเครื่องแสดงให้รู้ว่า เราต้องเอาใจใส่ความสัมพันธ์ของเรากับคนรักตัวเองให้มากกว่านี้เยอะๆ หรือในทางกลับกัน เขาควรเอาใจใส่เราให้มากกว่านี้ อาจต้องใช้เวลาหน่อยแต่ก็ดีกว่าปล่อยให้รักพังทลายไม่มีชิ้นดี

3.สนุกเข้าไว้

ถือเสียว่านี่คือสิ่งเล็กๆน้อยๆที่ทำให้ชีวิตกระชุ่มกระชวยคึกคัก เราอยากให้ตัวเองรู้สึกซาบซ่านมีชีวิตชีวา มีเสน่ห์ดึงดูด และเซ็กซี่ ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้กับความรู้สึกที่มีหนุ่มอื่นมาช่วยกระตุ้นฟอนไฟในกายเราให้ลุกขึ้นมาโลดเต้นอีกครั้ง หลังจากนั้นสิ่งที่ควรทำคือ พาตัวเองกลับบ้านพร้อมไฟในกายที่กำลังลุกโชติช่วง เพื่อมาช่วยกระพือไฟในทรวงของหนุ่มตัวจริงซึ่งกำลังนอนรออยู่ที่บ้าน มีคนมากมายที่อาศัยจินตนาการส่วนตัวสร้างบรรยากาศรักกับคู่ของตัวเอง นี่คือวิธีใช้พลังงานทางเซ็กส์ได้อย่างยอดเยี่ยมกระเทียมดองจริงๆ อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องของความไม่ซื่อสัตย์ เราไม่จำเป็นต้องแจกแจงให้เขาฟังว่า ด้วยเหตุผลกลใด คืนนี้จึงคึกมากกว่าปกติ ไม่เห็นต้องบอกเลยว่า พบหนุ่มถูกใจทำให้รู้สึกปึ๋งปั๋งขึ้นมา ก็เลยมาระบายออกที่เขานี่ละ

***ดังนั้นเราจึงควรประเมิณสถานการณ์และใจตัวเองให้ถูก อาการปิ๊งก็แค่ปิ๊ง ไม่ต้องลงทุนสละความรักอันมั่นคงเพื่อสนองอารมณ์วูบวาบชั่วครู่ชั่วยาม มันไม่คุ้มกันหรอกค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : FWD Mail