ผู้หญิง รัก ผู้หญิง พรหมลิขิต ..ผิดธรรมชาติ ฟีเวอร์

ภาพสาวหน้าตาสวยแต่งกายสวมใส่เสื้อผ้าราวกับผู้ชายอก 3 ศอก บุคลิกภาพท่วงทำนองคำพูด-จาห้าวขัดกับรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของเธอ กำลังเดินจูงมือกับสาวขาวสวยหน้าตาจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ในเครื่องแบบเซ็กซี่ตามสมัยนิยมด้วยเสื้อผ้ารัดรูปสีขาวบางใส ใสซะเห็นชุดชั้นในราคาแพงระยับรางๆ เข้าคู่กับกางเกงยีนส์สีซีดขาดวิ่นสั้นจู๋ กำลังกระหนุงกระหนิง กลายเป็นภาพชินตาของผู้พบเห็นทุกหนแห่ง

ผู้หญิง รัก ผู้หญิง พรหมลิขิต ..ผิดธรรมชาติ ฟีเวอร์

ชินตา แต่ไม่ใช่ว่าจะเข้าใจในรสนิยมและความยั่งยืนแบบหญิงรักหญิง เพราะลึกๆ ความรู้สึกของผู้เฝ้ามอง, หมายถึงสังคมคนรอบข้าง ล้วนคิดว่าความรักระหว่างหญิงสาวเพศเดียวกัน มันเป็นเพียงช่วงหนึ่งในชีวิต หลายคนตั้งคำถามมากมายตั้งแต่ผิดธรรมชาติ กระทั่งท้ายที่สุดปลายทาง ความรักผิดฝาผิดตัวเช่นนี้จะยั่งยืนจริงไหม…?

ในยุคที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ไปเดินเที่ยวที่ใดเราจะสังเกตได้ว่าความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงทวีเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ไทยรัฐออนไลน์จะพาคุณเข้าไปรู้จักและตั้งคำถามกับความรักในโลกที่หลายคนเรียกว่า “พรหมลิขิตผิดธรรมชาติ…?”

บทเริ่มแรก พรหมลิขิตผิดธรรมชาติ

“เธอว่าแปลกไหม…?” ฝนสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่มหาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โปรยคำถามถึงนิว ทอมหน้าหล่อแฟนสาวเรียนที่เดียวกัน ซึ่งคบกันมากว่า 2 ปี, แปลกไหมที่ผู้หญิงจะมีความรักกับเพศเดียวกัน

“ไม่แปลก เพราะวันนี้โลกได้เดินทางมาสู่ความอิสระ แต่อิสระที่ว่าไม่ใช่จะทำอะไรตามอำเภอใจได้ จะกอดจะจูบ จะลูบคลำ และแสดงความรักกันในที่โจ๋งแจ้งแบบไม่แคร์สายตาคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแบบไม่ให้เกียรติความรักที่มีให้แก่กัน ไม่ใช่ความใคร่ที่เห็นว่าเป็นเพศเดียวกันจะทำอะไรโดยเฉพาะการแสดงความรักตามอำเภอใจแบบไม่เหมาะสม”

ทว่าอิสระที่นิวบอก หมายถึงอิสระแห่งความรักแบบไม่จำกัดเพศ ไม่แบ่งไพร่ ไม่แบ่งอำมาตย์ ไม่มีรากหญ้า ไม่มีไฮโซ ไม่แบ่งเกรดว่านี่คือเบนซ์ ไม่แบ่งว่านี่คือรถยนต์ยี่ห้อทาทา ไม่แบ่งว่าพี่เบิร์ด พี่บี้ ตั๊กแตนชลดา ว่าไม่ใช่เกรดเดียวกัน

“ตอนที่เราบอกว่าเราชอบฝนหลังจากที่เป็นเพื่อนกันมานาน ฝนรู้สึกอะไรบ้างไหม” นิวถามพร้อมขมวดคิ้ว

“เรารู้สึกแปลกที่จะลองทำความคุ้นเคยมากกว่าคำว่า “เพื่อน” กับคนที่เป็นผู้หญิงเหมือนกัน มันตื่นเต้นนะ (หัวเราะ) เหมือนยืนอยู่ปากเหว ถ้าโดดลงไปไม่รู้จะจมน้ำหัวกระแทกก้อนหินหรือลอยอยู่บนผิวน้ำหรือเปล่า แต่ถ้าไม่ลองทำตามหัวใจเรียกร้องก็ดูจะติดค้างอะไรๆ เหมือนกินส้มตำแล้วไม่ใส่พริก กินแฮมเบอร์เกอร์แต่ไม่ใส่ซอสพริก อารมณ์เดียวกัน คือ อยากลอง ลองปล่อยไปรักเป็นไปตามธรรมชาติ ลองคิดให้หลุดกฎกรอบของสังคมไทย แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวสายตาคนรอบๆ ข้างมันซับซ้อนระคนปนเปไปมาว่าจะเอาอย่างไร”

จนกระทั่งมาถึงได้โอกาสที่ทั้งคู่ชวนกันไปดูหนังเรื่อง ซัค ซี้ด ห่วยขั้นเทพ (Suck Seed) จากเฉยๆ กึ่งๆ ว่าจะอย่างไร จะปักใจรักเพศเดียวกันดีหรือไม่ มันก็เลยตัดสินใจลองรักดู

“บรรลุเลยดูหนังเรื่องนี้ ในหนังมันมีฉากหนึ่งที่ผู้ชายจีบผู้หญิงที่เขาชอบ ด้วยการซื้อตุ๊กตาหมีและไปซื้อมาให้ แต่ทอมที่จีบผู้หญิงคนเดียวกันเมื่อรู้ว่าสาวที่ตนจีบชอบตุ๊กตาหมีก็ลงทุนใส่มาสคอตตุ๊กตาหมีมาเซอร์ไพรส์ (หัวเราะเขิน) ความรู้สึกมันแบบว่า แตกต่างกันมาก และนิวก็ทำให้ฝนรู้สึกอย่างนั้น รู้สึกว่าความรักระหว่างผู้หญิงกับผู้หญิงมันเกิดขึ้นได้ แล้วชุ่มชื่นหัวใจมากกว่าความรักแบบชายรักหญิงของคนทั่วๆ ไป” ทั้งคู่ยอมรับว่าหนังเรื่องนี้เป็นแรงบันดาลใจให้สาวรักสาวกล้าที่จะรักกันมากขึ้น

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดฝัน ฝนบอกว่านิวทำให้เธอเข้าใจว่าความรักที่ยิ่งใหญ่ไม่ต้องเริ่มต้นจากความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงเสมอไป ความรู้สึกต่างๆ ของฝนมีนิวร่วมแบ่งปันเสมอๆ ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ ท้อแท้แค่ไหน เราก็ยังมีกันและกัน

หลังจากเปิดหมดหัวใจ แล้วฝนกับนิวก็ตกลงว่าเราจะคบกันแบบแฟน

เมื่อผู้หญิงสองคนเป็นคู่รักกัน

ฝนบอกกับไทยรัฐออนไลน์ว่า ส่วนตัวคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ผิดที่ผู้หญิงรักกับผู้หญิงด้วยกัน

“เป็นปีแล้ว มันพิสูจน์ว่าเรายังรักกันแบบเสมอต้นเสมอปลาย ทุกวันนี้เรายังเข้าครัวทำกับข้าวด้วยกัน ช่วยกันทำงานบ้านแบ่งไหล่ให้อีกฝ่ายซับน้ำตาเวลาท้อ เป็นเหมือนเพื่อนเหมือนพี่น้องและเหมือนคนรัก ยังหยอดคำหวานๆ และมีของขวัญให้กันในวันสำคัญ การฝันถึงพิธีแต่งงาน มีเราเป็นเจ้าบ่าวและฝนเป็นเจ้าสาว อยู่กันเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมีพ่อแม่ลูก มีหมาสักตัว และมีความมั่นคงในชีวิต เป็นสิ่งที่เราสองคนต่างจินตนาการมาตลอด”

แต่อย่างที่ว่าคำพูด “สดใส” มองอะไรก็สวยงาม เช่นนี้อาจจะหมายถึง นิวและฝน ยังอยู่ในช่วง “ฮันนีมูน” แต่คงลืมไปว่าในอนาคตอันใกล้โลกใบนี้ พวกเขาผู้หญิงรักกับผู้หญิงนั้นไม่ได้มีกันแค่สองคน…

พรหมลิขิตผิดธรรมชาติ – ครอบครัว

จากความรักชนิดข้าวใหม่ปลามันของคู่เพศเดียวกันของ “นิว-ฝน” ที่ดูจะสุขสมหวัง ไทยรัฐออนไลน์ พบเข้ากับ “บี-ตรีรัก” สาวทอมบุคลิกดี รุ่นพี่ของ นิวและฝน ผู้มีความทรงจำเลวร้าย ชนิดที่ฟังแล้วเธอทั้งสองต้องทำใจเอาไว้เนิ่นๆ กับสิ่งที่ต้องเผชิญหลังจากช่วง “ฮันนีมูน” ผ่านพ้นไป

“เราเป็นทอมมาตั้งแต่เกิด (หัวเราะ) ไม่รู้เกี่ยวข้องกับที่เรียนมัธยมโรงเรียนหญิงล้วนไหม ตั้งแต่จำได้ก็คบกับแฟนที่เป็นผู้หญิงมาตลอด โดยที่พ่อแม่รับรู้แต่เขาก็ไม่ได้ชอบใจมาก บางครั้งก็ดุด่า แต่เราก็เข้าใจว่าท่านเป็นห่วง เพียงแต่ว่าหัวอาจจะโบราณไม่เข้าใจว่าความรักมันมีมากกว่าผู้ชายกับผู้หญิง จนกระทั่งแม่ล้มป่วยสิ่งที่เราไม่คิดว่าจะได้ยินก็คือ คุณแม่ขอร้องว่าให้บีแต่งงานกับผู้ชายที่แม่หาให้นะ โดยให้เหตุผลว่าแม่จะได้นอนตายตาหลับ (น้ำตาซึม) บอกตรงๆ เห็นแววตาและสภาพเขาแล้ว ไม่มีเหตุผลที่เราจะปฏิเสธความสุขในปั้นปลายชีวิตของแม่ บีจึงทำตามคำขอร้องของแม่” ตรีรักย้ำว่าหลังจากการตัดสินใจวันนั้นทุกอย่างในชีวิตก็เปลี่ยนไป

“สิ่งที่เราทำมันขัดกับความรู้สึกข้างใน ตอนนี้เราแย่มาก ขังตัวเองอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปพบใครนานมาก เพราะรู้สึกเหมือนกับว่าชีวิตมันได้พังทลายลงไป เชื่อไหมตั้งแต่แต่งงานเพื่อแม่ ชีวิตไม่มีความสุขเลยสักวัน (น้ำตาไหล) ข้าวปลาก็ไม่แตะจนผอมซูบ ในที่สุดแม่ก็เข้าใจในสิ่งที่เราเป็น จนอนุญาตให้เราหย่าขาดจากแฟนซึ่งเป็นผู้ชายได้”

หลังจากหย่าร้างกันนั้น บีบินลัดฟ้าไปยังประเทศสวีเดนทันที ไปเพื่อหาเงินเรียนต่อ พร้อมกับยังไม่ลืมที่จะส่งเงินกลับมารักษาตัวแม่ซึ่งล้มป่วยอย่างหนัก แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้บีตัดสินใจจากบ้านไปเพราะทำใจไม่ได้ ที่ใครๆ จะนินทาว่าเธอเป็นทอมที่แต่งงานกับผู้ชาย ปัจจุบันบีมีความสุขกับชีวิตคู่ระหว่างเพศเดียวกันที่ต่างประเทศ และทิ้งท้าย นอกจากฝากไปถึงนิวและฝนคู่รักเพศเดียวกันรุ่นน้อง ถึงสิ่งที่ยังต้องเจอขวากหนาวมากมายหลังจากนี้ และย้ำไปถึงคู่รักเพศเดียวกันทุกคู่ว่า

“ในความเป็นตัวเราไม่สามารถอธิบายได้ว่าเราเป็นเพศไหน เราแค่พอใจที่ได้ดูแลผู้หญิงและเป็นฝ่ายให้ แต่สิ่งที่ภูมิใจ คือ อย่างน้อยก็ได้ลองเปลี่ยนตัวเองเพื่อแม่แล้ว แม้สุดท้ายมันจะไม่ใช่ทางที่เป็นตัวเราก็ตาม” บีกล่าวด้วยเสียงที่หนักแน่น

หญิงรักหญิงจะเป็นรักนิรันดร์จริงหรือ?

นั่นนะซิ…ไม่เพียงไทยรัฐออนไลน์ เราว่าหลายคนก็สงสัย แต่ นิว ฝน และ บี ตรีรัก กล่าวตรงกันว่า ส.บ.ม.ย.ห. แปลได้ว่า สบายมากอย่าห่วง

“ไม่ว่าจะเป็นเพศไหน สำหรับเราคิดว่าความรักไม่ใช่สิ่งที่เป็นตัวแบ่งระหว่างความรู้สึกกับความถูกต้อง แน่นอนว่ารักของหญิงรักหญิงหลายคู่อาจเป็นเพียงรักฉาบฉวย รักของชายกับชายหลายคู่อาจเป็นรักที่วูบวาบแล้วจางหาย แม้กระทั่งรักของหญิงกับชาย ถ้าตั้งอยู่บนความไม่ใช่ถึงอย่างไรก็ไปกันไม่รอดเช่นกัน”

ถึงวันนี้เราจะตอบไม่ได้ว่ารักในแบบของเรามันคือรักที่ผิดปกติไหม แต่พวกเธอมั่นใจว่าเราอยู่ด้วยกันแบบไม่เคยคิดระแวงว่าพรุ่งนี้จะมีกันหรือเปล่า เพราะเราอยู่ด้วยกันบนความพอดี

ที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นความรักแบบไหน ระหว่างเพศใดกับเพศใด ถ้าไม่มีความเข้าใจไม่มีคำว่าอภัยให้แก่กัน ต่อให้ขึ้นต้นด้วยคำว่ารักกันแค่ไหนผิดธรรมชาติหรือไม่ เชื่อได้ว่ามันก็ไม่ยั่งยืน.

Twitter : raydo_thairath
Twitter : @mairess
ไทยรัฐออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง